แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 39
1
โปรแกรมหมอประจำบ้านอัจริยะ: หืด (Asthma)

หืด เป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรังชนิดหนึ่ง  ซึ่งมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นเนื่องจากหลอดลมตีบเป็นครั้งคราว  ทำให้มีอาการหายใจหอบเหนื่อย เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง  ส่วนมากมักจะไม่มีอันตรายร้ายแรง  ยกเว้นในรายที่เป็นมากหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง  ก็อาจเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นอย่างถาวร  หรือมีอันตรายถึงตายได้

โรคนี้พบได้บ่อยในคนทุกวัย  มีความชุกสูงสุดในช่วงอายุ 10-12 ปี  ส่วนใหญ่มักมีอาการเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่อายุก่อน 5 ปี  ส่วนน้อยที่เกิดขึ้นครั้งแรกในวัยหนุ่มสาวและวัยสูงอายุ

ในบ้านเราเคยมีการสำรวจนักเรียนในกรุงเทพฯ  พบว่ามีความชุกของโรคนี้ประมาณร้อยละ 4-13

ในวัยเด็ก (ก่อนวัยหนุ่มสาว) พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงประมาณ 1.5-2 เท่า

ทั่วโลกพบว่าโรคนี้มีแนวโน้มเกิดมากขึ้นในทุกประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองที่มีสิ่งแวดล้อม (ได้แก่ มลพิษและสารก่อภูมิแพ้) และวิถีชีวิตที่ส่งเสริมให้เกิดโรคนี้

สาเหตุ

เกิดจากปัจจัยร่วมกันหลายประการ ทั้งทางด้านกรรมพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การติดเชื้อ และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้มีการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้หลอดลมมีความไวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ มากกว่าคนปกติ เป็นเหตุให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลม การบวมของเนื้อเยื่อผนังหลอดลม และการหลั่งเมือก (เสมหะ) มากในหลอดลม มีผลโดยรวมทำให้หลอดลมตีบแคบลง เกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นชนิดผันกลับได้ (revesible) ซึ่งสามารถกลับคืนเป็นปกติได้เอง หรือภายหลังให้ยารักษา

บางรายอาจมีการอักเสบของหลอดลมอย่างต่อเนื่องนานเป็นแรมปี  หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง  โครงสร้างของหลอดลมจะค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง  จนในที่สุดมีความผิดปกติ (airway remodeling) ชนิดไม่ผันกลับ (irreversible) ทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นอย่างถาวร

ผู้ป่วยมักมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้อื่น ๆ (เช่น หวัด ภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้) ร่วมด้วย และมักมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายหรือญาติพี่น้องเป็นหืดหรือโรคภูมิแพ้อื่น ๆ

นอกจากนี้ยังพบปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากขึ้น ได้แก่ ภาวะน้ำหนักเกิน (ทำให้มีอาการกำเริบบ่อย และรุนแรงได้) ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือน้ำหนักแรกเกิดน้อย ทารกที่มีมารดาสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อไวรัสตั้งแต่เล็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวรัสอาร์เอสวี (ดู "โรคหลอดลมฝอยอักเสบ" เพิ่มเติม) การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ (ได้แก่ ไรฝุ่นบ้าน) ปริมาณมากตั้งแต่ในช่วงขวบปีแรก

กลไกการตีบแคบของหลอดลมในโรคหืด

สาเหตุกระตุ้น 

ผู้ป่วยมักมีอาการกำเริบเมื่อมีสิ่งเร้าหรือสาเหตุกระตุ้น  ที่พบบ่อยได้แก่

    สารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองหญ้า วัชพืช  ละอองเกสรดอกไม้  ไรฝุ่นบ้าน (พบอยู่ตามพรม ที่นอน เฟอร์นิเจอร์หรือของเล่นที่ทำด้วยนุ่น หรือเป็นขน ๆ) เชื้อรา (พบสปอร์ตามพุ่มไม้  ในสวน ห้องน้ำ ห้องครัว ในที่ชื้น) แมลงสาบและสัตว์เลี้ยงในบ้าน (สารก่อภูมิแพ้อยู่ในน้ำลาย ขุยหนังที่ลอกหรือรังแค ขนสัตว์ ปัสสาวะ และมูลสัตว์) อาหาร (ได้แก่ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ไข่ กุ้ง หอย ปู ปลา ถั่วลิสง งา สีผสมอาหาร สารกันบูดในอาหาร)
    สิ่งระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ควันท่อไอเสีย ควันไฟ ควันธูป ฝุ่นละออง มลพิษในอากาศ (ก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์ ก๊าซโอโซนที่พบมากในเมืองใหญ่) สเปรย์ ยาฆ่าแมลงหรือวัชพืช อากาศเย็นหรืออากาศเปลี่ยน กลิ่นฉุด ๆ สารเคมี (ภายในบ้าน ที่ทำงาน และโรงงาน)
    ยา ได้แก่ แอสไพริน  ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์  ยาลดความดันกลุ่มปิดกั้นบีตา 
    การติดเชื้อของทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ เป็นต้น
    การออกกำลังกาย อาจชักนำให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกกำลังจนเหนื่อยหรือหักโหมเกินไป
    ความเครียดทางจิตใจ เช่น ความเครียดจากปัญหาเศรษฐกิจ การงาน ครอบครัว รวมทั้งอารมณ์ซึมเศร้า  ความเศร้าโศกจากการสูญเสียคนที่รัก  เป็นต้น
    ฮอร์โมนเพศ  พบว่าผู้หญิงระยะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (puberty) ระยะก่อนมีประจำเดือน  หรือขณะตั้งครรภ์ มักมีโรคหืดกำเริบ  (ในช่วงสัปดาห์ที่ 24-36 ของการตั้งครรภ์)
    โรคกรดไหลย้อน น้ำย่อยหรือกรดที่ไหลย้อนลงไปในหลอดลมอาจทำให้โรคหืดกำเริบได้บ่อย

อาการ

มักมีอาการแน่นอึดอัดในหน้าอก หรือหอบเหนื่อยร่วมกับมีเสียงดังวี้ดคล้ายเสียงนกหวีด (ระยะแรกจะได้ยินช่วงหายใจออก ถ้าเป็นมากขึ้นจะได้ยินทั้งช่วงหายใจเข้าและออก) อาจมีอาการไอ ซึ่งมักมีเสมหะใสร่วมด้วย

บางรายอาจมีเพียงอาการแน่นอึดอัดในหน้าอก หรือไอเป็นหลักโดยไม่มีอาการอื่น ๆ ชัดเจนก็ได้ อาการไอดูคล้ายไข้หวัด หวัดภูมิแพ้ หรือหลอดลมอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะแรกเริ่มของโรคนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการไอมากตอนกลางคืนหรือเช้ามืด ในช่วงอากาศเย็นหรืออากาศเปลี่ยน หรือวิ่งเล่นมาก ๆ เด็กเล็กอาจไอมากจนอาเจียนออกมาเป็นเสมหะเหนียว ๆ และรู้สึกสบายหลังอาเจียน

ผู้ป่วยอาจมีอาการภูมิแพ้ เช่น คัดจมูก คันคอ เป็นหวัด จาม หรือผื่นคันร่วมด้วย หรือเคยมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้มาก่อน

ในรายที่เป็นเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง มักจะมีอาการเป็นครั้งคราว และมักกำเริบทันทีเมื่อมีสาเหตุกระตุ้น ผู้ป่วยที่มีอาการหายใจลำบากจะลุกขึ้นนั่งฟุบกับโต๊ะหรือพนักเก้าอี้และหอบตัวโยน

ในรายที่เป็นรุนแรงมักมีอาการต่อเนื่องตลอดทั้งวันจนกว่าจะได้ยารักษา จึงจะรู้สึกหายใจโล่งสบายขึ้น

ในช่วงที่ไม่มีอาการกำเริบ ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายเช่นคนปกติทั่วไป

ผู้ป่วยบางรายที่เป็นโรคหืดรุนแรง เช่น เคยหอบรุนแรงจนต้องไปรักษาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลบ่อย เคยต้องใส่ท่อหายใจช่วยชีวิต ต้องใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดกินหรือฉีด หรือต้องใช้ยากระตุ้นบีตา 2 ชนิดออกฤทธิ์สั้น สูดมากกว่า 1-2 หลอด/เดือน ถ้าขาดการรักษาหรือได้รับยาไม่เพียงพอในการควบคุมอาการ  อาจมีอาการหอบอย่างต่อเนื่องเป็นชั่วโมง ๆ ถึงวัน ๆ แม้จะใช้ยารักษาตามปกติที่เคยใช้ ก็ไม่ได้ผล  เรียกว่า ภาวะหืดดื้อ หรือ หืดต่อเนื่อง  (status asthmaticus) ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบาก ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและมีการคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์ เกิดภาวะเลือดเป็นกรด มีอาการสับสน หมดสติ ในที่สุดหยุดหายใจ และหัวใจหยุดเต้น เสียชีวิตในเวลารวดเร็ว

อาการที่เข้าข่ายเป็นโรคหืด

ควรสงสัยว่าเป็นโรคหืด  ถ้าผู้ป่วยมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีเสียงหายใจดังวี้ดคล้ายเสียงนกหวีดบ่อยครั้ง คือ มากกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
    มีอาการไอ รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือมีเสียงหายใจดังวี้ดขณะวิ่งเล่น  หรือออกกำลังกาย
    ไอตอนกลางคืน โดยที่ไม่ได้เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
    มีอาการต่อเนื่องหลังอายุ 3 ปี
    อาการกำเริบหรือเป็นมากขึ้น เมื่อมีสิ่งเร้าหรือสาเหตุกระตุ้น เช่น ละอองเกสร  ขนสัตว์ สเปรย์ บุหรี่ ไรฝุ่นบ้าน ยา การติดเชื้อทางเดินหายใจ ออกกำลังกาย ความเครียด
    เวลาเป็นไข้หวัดมีอาการต่อเนื่องนานเกิน 10 วัน หรือมีอาการไอรุนแรง หรือไอนานกว่าคนอื่นที่เป็นไข้หวัด
    อาการดีขึ้นเมื่อใช้ยารักษาโรคหืด
    มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคหืดหรือโรคภูมิแพ้อื่น ๆ เช่น หวัดภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้

ภาวะแทรกซ้อน

ที่พบได้ค่อยข้างบ่อย ได้แก่ ภาวะหมดแรง (exhaustion) ภาวะขาดน้ำ ปอดแฟบ (atelectasis) การติดเชื้อ (หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ)

ที่ร้ายแรง คือ ภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งพบในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น ภาวะปอดทะลุ, ภาวะมีอากาศในประจันอกและใต้หนัง (mediastinal and subcutaneous emphysema), ภาวะหัวใจล้มเหลวดังที่เรียกว่า โรคหัวใจเหตุจากปอด (cor pulmonale), เป็นลมจากการไอ (tussive syncope), ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง 

ในหญิงตั้งครรภ์ ถ้าเป็นโรคหืดที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย ทารกตายระยะใกล้คลอดและหลังคลอด


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกายเป็นหลัก

การตรวจร่างกายขณะที่ไม่มีอาการ มักจะไม่พบสิ่งผิดปกติ

ขณะที่มีอาการหอบ มักได้ยินเสียงหายใจดังวี้ด ๆ ใช้เครื่องฟังตรวจปอดจะได้ยินเสียงหายใจออกยาวกว่าปกติและมีเสียงวี้ด (wheezing) กระจายทั่วไปที่ปอดทั้ง 2 ข้างในช่วงหายใจออก (ถ้าหอบมากจะได้ยินเสียงวี้ดทั้งในช่วงหายใจเข้าและออก) ชีพจรเต้นเร็ว มักไม่มีไข้ ถ้ามีไข้แสดงว่าอาจมีโรคติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด หลอดลมอักเสบร่วมด้วย หรืออาจมีปอดอักเสบแทรกซ้อน

ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีอาการหอบรุนแรง ซี่โครงบุ๋ม แอ่งไหปลาร้าบุ๋ม ตัวเขียว สับสน หมดสติ ใช้เครื่องฟังปอดอาจไม่ได้ยินเสียงวี้ด เนื่องจากมีภาวะอุดกั้นรุนแรงจนลมหายใจผ่านเข้าออกน้อย

ในรายที่เป็นโรคหืดเรื้อรังมานานอาจพบหน้าอกมีความหนา (ความยาวจากด้านหน้าถึงด้านหลัง) กว่าปกติที่เรียกว่า อกโอ่ง บางรายอาจพบหน้าอกโป่งเหมือนอกไก่

ในการประเมินความรุนแรงของโรค แพทย์จะทำการทดสอบสมรรถภาพของปอด (ดูค่า FEV1 และ PEF)*

กรณีที่ยังวินิจฉัยไม่ได้ชัดเจน แพทย์อาจทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น การสูดสาร methacholine กระตุ้นให้หลอดลมตีบ (methacholine challenge), การกระตุ้นให้อาการกำเริบด้วยการออกกำลังกาย หรือการสูดอากาศเย็น (provocative testing for exercise and cold-induced asthma), การทดสอบภาวะภูมิแพ้ (allergy testing) โดยการตรวจเลือดหรือทดสอบผิวหนัง การตรวจหาปริมาณอีโอซิโนฟิล (eosinophil ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง) ในเสมหะ, เอกซเรย์ปอด เป็นต้น

* FEV1 (forced expiratory in one second) หมายถึง ปริมาตรอากาศที่หายใจออกแรง ๆ ใน 1 วินาที โดยใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า เครื่องวัดปริมาตรอากาศหายใจ (spirometer)

PEF (peak expiratory flow) หมายถึง อัตราการไหลของลมหายใจออกสูงสุด หลังจากสูดหายใจเข้าเต็มที่ โดยใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า เครื่องวัดการไหลของลมหายใจออกสูงสุด (peak flow meter)

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษาดังนี้

1. เมื่อมีอาการหอบหืดกำเริบฉับพลัน ให้ยาขยายหลอดลมชนิดสูด (เช่น ยากระตุ้นบีตา 2) ทันที เพื่อบรรเทาอาการ ถ้ายังไม่ทุเลา สามารถให้ซ้ำได้อีก 1-2 ครั้งทุก 20 นาที

หากผู้ป่วยรู้สึกหายดี แพทย์จะทำการประเมินอาการ สาเหตุกระตุ้น และประวัติการรักษาอย่างละเอียด

2. ในกรณีที่มีประวัติเป็นโรคหืดและมียารักษาอยู่ประจำ ถ้าผู้ป่วยมีอาการตอนกลางวันไม่เกิน 2 ครั้ง/สัปดาห์ สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ  และไม่มีอาการตอนกลางคืน  ก็ให้การรักษาแบบกลุ่มที่ควบคุมโรคได้ (ดูตาราง "การแบ่งระดับของการควบคุมโรค") โดยให้ใช้ยาที่เคยใช้อยู่เดิมต่อไป

3. ในกรณีที่ผู้ป่วยเพิ่งมีอาการครั้งแรกและไม่เคยได้รับยารักษามาก่อน แพทย์จะให้ยารักษา (ส่วนใหญ่ใช้ยาชนิดสูดพ่นเป็นพื้นฐาน บางรายอาจให้ยาชนิดกินร่วมด้วย) ด้วยชนิดและขนาดมากน้อยตามระดับความรุนแรงของโรค นอกจากนี้แพทย์จะทำการตรวจสมรรถภาพของปอด  ให้สุขศึกษาและคำแนะนำในการปฏิบัติตัวต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง และการหลีกเลี่ยงสาเหตุกระตุ้น

4. แพทย์จะติดตามผู้ป่วยทุก 1-3 เดือน เพื่อประเมินอาการและปรับเปลี่ยนการรักษาที่เหมาะสมตามอาการในแต่ละช่วง

5. แพทย์จะรับตัวผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล ถ้าผู้ป่วยมีอาการกำเริบและมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

    ไม่ตอบสนองต่อการรักษาข้างต้นภายใน 1-2 ชั่วโมง มีอาการหอบต่อเนื่องมานานหลายชั่วโมง หรือมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย
    มีอาการหอบรุนแรง ซี่โครงบุ๋ม ปากเขียว มีอาการสับสน ซึม หรือพูดไม่เป็นประโยค
    มีประวัติเคยเป็นโรคหืดรุนแรง เคยรับการรักษาในห้องอภิบาลผู้ป่วย (ไอซียู) เนื่องจากโรคหืดมาก่อน กำลังกินหรือเพิ่งหยุดกินยาสเตียรอยด์ หรือใช้ยาบีตา 2 ออกฤทธิ์สั้นสูดบ่อยกว่าทุก 3-4 ชั่วโมง
    มีอาการหอบเหนื่อยที่สงสัยว่าเกิดจากสาเหตุร้ายแรงอื่น ๆ เช่น เช่น มีไข้และใช้เครื่องฟังตรวจปอดมีเสียงกรอบแกรบ (crepitation) หรือสงสัยว่าเป็นปอดอักเสบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ, มีอาการเท้าบวม หลอดเลือดคอโป่ง ความดันโลหิตสูง หรือสงสัยมีภาวะหัวใจวาย, มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ หรือสงสัยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นต้น ในกรณีนี้ แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ปอด ตรวจสมรรถภาพของปอด ตรวจเลือด ตรวจเสมหะ ตรวจคลื่นหัวใจ เป็นต้น

6. ในรายที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคหืดกำเริบรุนแรง หรือภาวะหืดต่อเนื่อง มีแนวทางในการรักษาดังนี้

    ให้ออกซิเจน และสารน้ำ (น้ำเกลือ)
    ให้ยาขยายหลอดลม ออกฤทธิ์สั้น ชนิดสูด
    ให้สเตียรอยด์ชนิดสูดในขนาดสูงกว่าเดิม
    ในรายที่มีอาการรุนแรงปานกลางและมากให้สเตียรอยด์ชนิดฉีดหรือกิน
    เมื่ออาการดีขึ้น (มักได้ผลภายใน 36-48 ชั่วโมง) ก็ให้กินต่อจนครบ 5 วัน
    ในรายที่หอบรุนแรงจนเกิดภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว อาจต้องใส่ท่อหายใจและเครื่องช่วยหายใจและแก้ไขภาวะผิดปกติต่าง ๆ พร้อมกัน

เมื่อควบคุมอาการได้แล้ว แพทย์จะนัดติดตามดูอาการภายใน 2-4 สัปดาห์

7. ผู้ป่วยที่เป็นโรคหืดทุกราย แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาระยะยาวเพื่อควบคุมอาการให้น้อยลง ป้องกันอาการกำเริบรุนแรงเฉียบพลัน ฟื้นฟูสมรรถภาพของปอดให้กลับคืนสู่ปกติ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ป้องกันการเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นอย่างถาวร โดยมีแนวทางการดูแลรักษาดังนี้

(1) ประเมินความรุนแรงของโรค โดยพิจารณาจากอาการแสดง (ความถี่ของอาการกำเริบตอนกลางวัน และตอนกลางคืน) ร่วมกับการตรวจสมรรถภาพของปอด (ดูค่า FEV1 และ PEF)*

(2) ให้ยารักษาโรคหืด ซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มยาบรรเทาอาการ ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ขยายหลอดลม (เช่น ยากระตุ้นบีตา 2) และกลุ่มยาควบคุมโรค ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบและการบวมของผนังหลอดลม (เช่น ยาสเตียรอยด์) แพทย์จะเลือกใช้ชนิดและขนาดของยาตามระดับของการควบคุมโรค ดังนี้

    กลุ่มควบคุมได้ ให้การรักษาตามขั้นตอนเดิมต่อไปอย่างน้อย 3 เดือน แล้วค่อย ๆ ปรับลดยาลงทีละน้อย จนกว่าจะใช้การรักษาขั้นที่ต่ำสุดที่ยังสามารถควบคุมอาการได้
    กลุ่มควบคุมได้บางส่วน และกลุ่มควบคุมไม่ได้ แพทย์จะปรับเพิ่มขั้นตอนการรักษาจนกว่าจะสามารถควบคุมอาการได้ภายใน 1 เดือน โดยก่อนปรับยา จะทบทวนว่าผู้ป่วยมีการใช้ยาตามสั่ง และใช้ถูกวิธีหรือไม่ รวมทั้งได้หลีกเลี่ยงสาเหตุกระตุ้นหรือไม่ และแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน

หลังจากควบคุมอาการได้แล้ว จะติดตามผลการรักษาต่อไปทุก 1-3 เดือน และปรับขั้นตอนการรักษาให้เหมาะกับระดับของการควบคุมโรค ซึ่งสามารถแปรเปลี่ยน (ดีขึ้นหรือเลวลง) ไปได้เรื่อย ๆ

ในเด็กที่มีสาเหตุจากสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และอาการไม่ดีขึ้นหลังการใช้ยาหรือไม่สามารถทนต่อผลข้างเคียงของยา แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วย การขจัดภูมิไว (desensitization)**

(3) ให้การรักษาโรคที่พบร่วม เช่น หวัดภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น

(4) แนะนำให้หลีกเลี่ยงสิ่งเร้าหรือสาเหตุกระตุ้นและการปฏิบัติตัวต่าง ๆ (อ่านเพิ่มเติมที่หัวข้อ "การป้องกัน" ด้านล่าง)

(5) ติดตามผลการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและทำการตรวจสมรรถภาพของปอดเป็นระยะ ในรายที่เป็นโรคหืดรุนแรงหรือมีอาการกำเริบบ่อย  แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยใช้เครื่องวัดการไหลของลมหายใจออกสูงสุด (peak flow meter)  ไปตรวจเองที่บ้านทุกวัน เพื่อตรวจภาวะหลอดลมตีบซึ่งจะพบก่อนมีอาการแสดงนานเป็นชั่วโมงถึงเป็นวัน ผู้ป่วยจะได้รีบใช้ยารักษาหรือไปพบแพทย์ปรับยาให้เหมาะสม  นอกจากนี้แพทย์ยังแนะนำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง

ผลการรักษา  ส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดี

ถ้ามีอาการเริ่มเป็นตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อโตขึ้นหรือย่างเข้าวัยหนุ่มสาว อาการอาจทุเลาจนสามารถหยุดการใช้ยาสูดบรรเทาอาการได้ แต่บางรายเมื่ออายุมากขึ้นก็อาจมีอาการกำเริบได้อีก

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีการอักเสบของหลอดลมอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ไม่มีอาการหอบเหนื่อยแล้ว หากขาดการให้ยาควบคุมโรค (ลดการอักเสบ) ก็อาจเกิดภาวะทางเดินหายใจผิดปกติและอุดกั้นในระยะยาวได้ ดังนั้น ถึงแม้จะมีอาการทุเลาแล้วก็ควรติดตามรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ส่วนในรายที่มีอาการมาก จำเป็นต้องได้รับยาอย่างเพียงพอ หากขาดยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาสเตียรอยด์มาก่อน ก็อาจมีอาการกำเริบรุนแรงเฉียบพลัน ถึงขั้นกลายเป็นภาวะหืดดื้อ เป็นอันตรายได้

ปัจจุบันพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะมีอัตราตายต่ำ

* FEV1 (forced expiratory in one second) หมายถึง ปริมาตรอากาศที่หายใจออกแรง ๆ ใน 1 วินาที โดยใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า เครื่องวัดปริมาตรอากาศหายใจ (spirometer)

PEF (peak expiratory flow) หมายถึง อัตราการไหลของลมหายใจออกสูงสุด หลังจากสูดหายใจเข้าเต็มที่ โดยใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า เครื่องวัดการไหลของลมหายใจออกสูงสุด (peak flow meter)

** บางครั้งก็เรียกว่า อิมมูนบำบัด (immunotherapy) โดยการฉีดยาทดสอบว่าแพ้สารอะไร  แล้วฉีดสารนั้นทีละน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ เพื่อลดการแพ้ วิธีนี้ใช้ได้ผลดีในเด็ก  ส่วนในผู้ใหญ่ได้ผลไม่สู้ดี  ข้อเสียคือ  ต้องใช้เวลารักษานาน  ราคาแพง  และอาจมีอาการแพ้ที่รุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะช็อกจากการแพ้ (anaphylactic shock) หรือโรคหืดกำเริบรุนแรงได้ จำเป็นต้องฉีดในที่ ๆ มีความพร้อมในการช่วยเหลือถ้าเกิดการแพ้  โดยหลังฉีดสารบำบัดแต่ละครั้งควรเฝ้าสังเกตดูอาการอย่างน้อย 30 นาที


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการแน่นอึดอัดในหน้าอก หรือหอบเหนื่อยร่วมกับมีเสียงดังวี้ด ๆ คล้ายเสียงนกหวีด หรือผู้ที่มีประวัติใช้ยารักษาโรคหืดอยู่เป็นประจำ มีอาการหอบหืดกำเริบทั้งที่ได้ใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำ ควรรีบไปพบแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคหืด ควรดูแลตนเองดังนี้

1. ปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ ดังนี้

    ติดตามรักษากับแพทย์เป็นประจำ ตรวจสมรรถภาพของปอดเป็นระยะ ใช้เครื่องวัดการไหลของลมหายใจออกสูงสุด (peak flow meter) ตรวจเองที่บ้านทุกวัน (สำหรับผู้ที่แพทย์แนะนำ) เรียนรู้วิธีใช้ยาให้ถูกต้อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีสูดพ่นยา หากทำไม่ถูก การรักษาก็จะไม่ได้ผล) และใช้ยาตามขนาดที่แพทย์แนะนำ
    พกยาบรรเทาอาการติดตัวเป็นประจำ หากมีอาการกำเริบ ให้รีบสูดยา 2-4 หน (puff) ทันที ถ้าไม่ทุเลาอาจสูดซ้ำทุก 20 นาที อีก 1-2 ครั้ง ถ้ายังไม่ทุเลาควรไปพบแพทย์โดยเร็ว อย่าปล่อยให้หอบนานอาจเป็นอันตรายได้
    ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ อย่าให้ขาดน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่ไอมีเสมหะเหนียว หรือมีอาการหอบเหนื่อย
    ทุกครั้งที่สูดยาสเตียรอยด์ ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ยาตกค้างที่คอหอย ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเชื้อราในช่องปาก (ดู "โรคเชื้อราในช่องปาก มุมปากเปื่อยจากเชื้อรา" เพิ่มเติม)
    อย่าซื้อยาชุดหรือยาลูกกลอนมาใช้เอง เพราะยาเหล่านี้มักมีสเตียรอยด์ผสม แม้ว่าอาจจะใช้ได้ผล แต่ต้องใช้เป็นประจำ ซึ่งทำให้มีผลข้างเคียงร้ายแรงตามมาได้  อย่างไรก็ตาม ถ้าเคยใช้ยาเหล่านี้มานาน ห้ามหยุดยาทันที อาจทำให้มีอาการหอบกำเริบรุนแรงหรือเกิดภาวะต่อมหมวกไตวิกฤติ (ดู "โรคช็อก" เพิ่มเติม) ได้ ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อหาทางค่อย ๆ ปรับลดยาลง
    ฝึกหายใจเข้าออกลึก ๆ (โดยการเป่าลมออกทางปาก ให้ลมในปอดออกให้มากที่สุด) เป็นประจำ จะทำให้รู้สึกปลอดโปร่งสดชื่น อาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้
    ลดน้ำหนัก ถ้ามีน้ำหนักเกิน

2. ถึงแม้อาการทุเลาแล้ว ก็ห้ามหยุดยา หรือปรับลดยาเองตามอำเภอใจ จนกว่าแพทย์จะสั่งปรับยาให้ มิเช่นนั้น อาจทำให้โรคกำเริบรุนแรง เป็นอันตรายได้

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้และสิ่งระคายเคือง กระตุ้นให้โรคกำเริบ (อ่านเพิ่มที่หัวข้อ "การป้องกัน" ข้อที่ 1 หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้และสิ่งระคายเคือง)

4. หากมีอาการไม่สบาย ไม่ว่าจะเป็นอะไร ควรปรึกษาแพทย์และใช้ยาที่แพทย์แนะนำเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจทำให้โรคหืดกำเริบ หรือเป็นอันตรายได้

5. ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน ซึ่งอาจกระตุ้นโรคหืดกำเริบได้ ควรกินยารักษาและปฏิบัติตัวในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการกรดไหลย้อน

6. หมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสม บำรุงอาหารสุขภาพ รู้จักผ่อนคลายความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

7. ควรไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีไข้สูง หรือมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
    มีอาการหอบหืดกำเริบ 
    เจ็บแน่นหน้าอก 
    ไอมีเสมหะข้นเหลืองหรือเขียว
    มีอาการไม่สบายที่จำเป็นต้องใช้ยารักษา ห้ามซื้อยามาใช้เอง เพราะมียาหลายชนิดที่ทำให้หอบหืดกำเริบได้
    ขาดยารักษาโรคหืด เช่น ยาหาย ยาหมดก่อนวันนัด
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

2
motor show Honda X-ADV โฉมใหม่ SUV พรีเมียมที่แรงที่สุดในคลาส กับราคาเริ่มต้นที่ 433,000 บาท

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดงาน THE UNEXPECTED LIFE EVENT เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ New Honda X-ADV พร้อมด้วย 4 เฉดสีใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ LIVE THE UNEXPECTED LIFE เท่ ตอบโจทย์สไตล์แอดเวนเจอร์ตัวจริงยิ่งกว่าเดิม แรงที่สุดในคลาสด้วยเครื่องยนต์ 750 ซีซี อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่คาดไม่ถึง

ซึ่งงานครั้งนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์ Honda BigWing รามอินทรา โดยมี The Unexpected Guest อินฟลูเอนเซอร์นักเดินทางสายลุยชื่อดัง ภูริ หิรัญพฤกษ์ และ เบนซ์ ไกจิน มาร่วมแชร์ประสบการณ์การออกไปใช้ชีวิตที่คาดไม่ถึงในแบบของตัวเอง พร้อมเปิดรับจองได้แล้ววันนี้

สำหรับ New Honda X-ADV มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 750 ซีซี แรงที่สุดในคลาส ควบคู่กับ Honda DCT เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำลื่นไหลโดยไม่ต้องกำคลัตช์ ตอบโจทย์ทุกเส้นทางด้วย 5 Riding Modes ได้แก่ Standard, Sport, Rain, Gravel และโหมด User ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับการตั้งค่าเองได้ มาพร้อม Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายและมอบประสบการณ์ที่พาผู้ขับขี่ไปได้ไกลกว่าเดิม

นอกจากนี้ New Honda X-ADV ยังโดดเด่นด้วย NEW FAIRING DESIGN แฟริ่งหน้าดีไซน์ใหม่ เสริมความพรีเมียมในแบบฉบับ SUV Bike แต่ยังคงความดุดันแบบนักผจญภัย บังลมหน้าออกแบบใหม่ด้วยวัสดุรีไซเคิล Durabio ปรับได้สูงถึง 139 มม. อีกทั้งเบาะนั่งออกแบบรูปทรงใหม่สไตล์แอดเวนเจอร์ให้วางเท้ากับพื้นได้ราบขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการทรงตัว พร้อมปรับวัสดุเพิ่มยูริเทนโฟมอีก 10% นั่งสบายขึ้น เหมาะกับการขับขี่บนเส้นทางไกล รวมถึงดีไซน์ชุดไฟหน้าใหม่ NEW LED HEADLIGHT & DRL WITH WINKER ที่รวมไฟเลี้ยวเข้ากับ Daytime Running Light (DRL) เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาในช่วงกลางวัน และไฟหน้า LED แบบโปรเจกต์เตอร์คู่ ส่องสว่างมองเห็นชัดเจนในช่วงกลางคืน พร้อมไปค้นพบเส้นทางใหม่อย่างไม่รู้จบ

New Honda X-ADV มาพร้อมกับ NEW 5-INCH TFT WITH Honda RoadSync หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อกับระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Honda RoadSync ให้ผู้ขับขี่ควบคุมการโทรและเพลงได้ผ่านบลูทูธในหมวกกันน็อก และมาพร้อมพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 22 ลิตร ช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายทุกการเดินทาง สามารถเก็บหมวกกันน็อคเต็มใบได้

New Honda X-ADV พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ด้วย 4 สีใหม่ ตอบโจทย์ทุกการผจญภัยที่คาดไม่ถึง รุ่น Standard ราคาแนะนำ 433,000 บาท ได้แก่
สีดำ GRAPHITE BLACK
สีเทา-ดำ MATTE DEEP MUD GRAY
สีขาว-ดำ PEARL GLARE WHITE

และ Special Edition สีเหลือง-ดำ MATTE GOLD FINCH YELLOW ที่มาพร้อมลายกราฟิกแสดงถึงตัวตนเอกลักษณ์ความเป็น Adventure ตัวจริง ราคาแนะนำที่ 438,000 บาท
 
พิเศษ! สำหรับผู้ที่จอง 100 ท่านแรกรับเสื้อ Honda X-ADV The Unexpected Jersey พร้อมฟรี! ค่าจดทะเบียน และ พ.ร.บ สัมผัสประสบการณ์ขับขี่แบบ LIVE THE UNEXPECTED LIFE ไปกับ New Honda X-ADV ได้แล้วที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ!

3
จัดฟันบางนา: ฟันโยก อันตราย ควรรับมืออย่างไร ?

เชื่อว่าหลายๆท่านต้องผ่านเหตุการณ์ฟันโยกมาแล้วทุกท่าน เนื่องจากว่าฟันโยกนั้นมีทั้งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในช่วงวัยเปลี่ยนผ่านจากฟันน้ำนมเป็นฟันแท้ซึ่งไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด แต่ฟันโยกอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นจากอาการผิดปกติในช่องปากไม่ว่าจะเป็น เหงือก หรือ ฟัน อันนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณที่อันตราย ซึ่งควรที่จะได้รับการรักษาหรือแก้ไข ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะต้องสูญเสียฟันแท้ที่สวยงามและแข็งแรงตามธรรมชาติไปนั่นเอง

ซึ่งในวันนี้จะขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับฟันโยกให้มากขึ้น เพื่อให้ท่านได้ทราบถึงสาเหตุเป็นสัญญาณเตือนท่านไปด้วยในตัว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ฟันโยก คืออะไร ?

ฟันโยก ก็คือ อาการฟันคลอนซึ่งมีลักษณะใกล้จะหลุดออกจากเหงือกสามารถขยับไปมาได้ ถือได้ว่าเป็นธรรมชาติหากเกิดขึ้นกับเด็กที่กำลังจะมีฟันแท้ แต่เป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของช่องปากที่สำคัญสำหรับผู้ใหญ่ที่มีฟันแท้ครบแล้วทั้ง 32 ซี่ ซึ่งหากว่าพบอาการฟันโยกในผู้ใหญ่ทางที่ดีที่สุดก็คือให้รีบเข้าพบทันตแพทย์ เพื่อให้ตรวจสอบวินิจฉัยถึงสาเหตุของการเกิดฟันโยกโดยเร็วที่สุด จะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีนั่นเอง


ฟันโยก เกิดจากอะไร ?

ฟันโยก เกิดขึ้นได้จากหลายๆสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการโยกตามธรรมชาติ หรือเพราะอุบัติเหตุที่มีการกระทบกระแทกฟันรุนแรง รวมถึงช่องปากเริ่มมีอาการผิดปกติ โดยมีรายละเอียดมากมายดังต่อไปนี้

– พัฒนาการตามวัย

ถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กเล็กๆ สำหรับข้อนี้ไม่ต้องมีความกังวลใจใดๆ เพราะ ฟันโยกถือว่าเป็นช่วงหนึ่งของพัฒนาการตามวัยที่ฟันน้ำนมจะค่อยๆโยกและหลุดออกเพื่อเปิดช้องว่างโดยจะถูกแทนที่ด้วยฟันแท้

– การกัดฟัน

หากว่าคนที่นอนกัดฟัน หรืออาจจะกัดฟันแรงๆในเหตุการณ์ต่างๆ การกดทับที่รุนแรงของการกัดฟัน ก็สามารถที่จะทำให้เอ็นยึดปริทันต์และเนื้อเยื่อรอบๆฟันยืดขยายตัว ส่งผลให้เกิดฟันโยกและปัญหาสุขภาพอื่นๆได้ เช่น ปวดบวมตามใบหน้า ปวดศีรษะรุนแรง เป็นต้น

– โรคเหงือก

ฟันโยกอาจจะเป็นสัญญาณเตือนหนึ่งของโรคเหงือกขั้นรุนแรง หรือโรคปริทันต์ ภัยร้ายแรงเกี่ยวกับเหงือกที่หลายๆท่านหวาดกลัว ซึ่งโรคปริทันต์นี้จะเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อภายในเหงือกรวมถึงเนื้อเยื่อและกระดูกใกล้เคียงกับฟันที่โยก ซึ่งโรคปริทันต์นี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโรคที่ทำให้ฟันโยกมากที่สุด ซึ่งโรคปริทันต์เกิดจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่ฟัน บริเวณของเหงือกหรือที่เรียกว่า หินปูน

– ฮอร์โมน

ในขณะตั้งครรภ์ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตเจนจะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้เอ็นยึดติดปริทันต์ และส่วนของกระดูกที่อยู่รอบๆฟันอ่อนแอลง ซึ่งทำให้ฟันของท่านเกิดอาการโยกได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้จะเป็นแค่การโยกชั่วคราวเท่านั้น นอกจากจะมีโรคอื่นร่วมด้วยเช่น โรคปริทันต์

– อุบัติเหตุ

ประสบอุบัติเหตุไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากเป็นการกระทบกระเทือนฟันรุนแรง ก็อาจจะทำให้เกิดฟันโยกได้เช่นกัน เนื่องจากว่าการกระแทกอย่างรุนแรงนั้นจะสามารถทำให้เอ็นยึดปริทันต์และเนื้อเยื่อรอบๆฟันเกิดการยืดขยายได้มากขึ้น ทำให้เกิดฟันโยกคลอนนั่นเอง

เบื้องต้นดังที่ได้กล่าวมา ฟันโยก อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายๆสาเหตุ แต่ฟันโยกก็ยังถือได้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่คอยเตือนเรา เนื่องจากฟันโยกในวัยผู้ใหญ่ที่มีฟันแท้ครบ 32 ซี่นั้น มักจะมีโรคเหงือกและกระดูก รวมถึงเนื้อเยื่อมรอบฟันเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งหากว่าปล่อยทิ้งไว้นานโดยที่ไม่ได้ใส่ใจ ก็อาจจะทำให้แก้ไขได้ยากขึ้น หรือสุดท้ายอาจจะต้องสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติไปเลยก็เป็นได้

ท้ายที่สุดนี้หากว่าท่านพบว่าฟันในช่องปากมาอาการโยก ควรที่จะรีบปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ทำการตรวจสอบวินิจฉัย เพื่อจะได้ทำการรักษาก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนยากที่จะทำการรักษาต่อไปนั่นเอง

การดูแลสุขภาพช่องปากที่สะอาดปลอยภัยก็ถือได้ว่าเป็นวิธีเบื้องต้นที่จะช่วยให้ท่านห่างไกลโรคร้ายแรงต่างๆในช่องปาก

4
motor expo 2025: เอ็มจี MG-VS HEV 100th Anniversary Special Edition-ปี 2024
789,900 บาท

เอ็มจี MG-VS HEV 100th Anniversary Special Edition-ปี 2024
MG VS HEV 100th Anniversary Special Edition สปอร์ตไฮบริดที่ขับสนุกและเร้าใจ ที่ถูกยกระดับทั้งงานดีไซน์ เทคโนโลยีและขุมพลังไฮบริดเต็มประสิทธิภาพด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 177 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT งานดีไซน์กับกระจังหน้า Electrified Matrix Grille Design และการออกแบบภายในของห้องโดยสาร สีทูโทน ดำ-ขาว และครั้งแรกของยนตรกรรมในกลุ่ม B-SUV ที่มี Dual Widescreen Cockpit หน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว 2 จอ ควบคุมการทำงานผ่าน Illuminated Touch Panel และคอนโซลกลางแบบ Double Layer คอนโซลกลางด้านบนตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black ช่องเชื่อมต่อ USB ทั้งแบบ Type C และType A จำนวน 6 ตำแหน่ง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART มาพร้อมดีไซน์ฉลองครบรอบ ด้วยสีใหม่กับสีเทา Crayon Gray และล้ออัลลอยด์ที่โดดเด่นด้วย Aero Wheel Cover สีทูโทน เทา-ดำ ขนาด 17 นิ้ว ในราคา 789,900 บาท

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์               MG
   รุ่น                    เอ็มจี MG-VS HEV 100th Anniversary Special Edition-ปี 2024
   ประเภทรถ          รถอเนกประสงค์ SUV, รถไฮบริด
   ปีที่เปิดตัว           2024
   ราคา                789,900 บาท

ดีไซน์
   ภายนอก
อุปกรณ์ชุดแต่ง (กันชนด้านหน้า – หลัง คิ้วข้างประตู สีดำ)
สปอยเลอร์หลัง
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว (ปรับและพับไฟฟ้า)
ราวหลังคา (สีดำ)
ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบพิเศษ (อัตโนมัติ)
ไฟหน้า LED (แบบ LED Projector)
ไฟท้าย LED
ขนาดยางหน้า-หลัง (215/55R17)
ไฟ Daytime Running Lights
ล้ออัลลอย (Aero Wheel Cover สีทูโทน เทา-ดำ ขนาด 17 นิ้ว)

   ภายใน
ตกแต่งภายใน (ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Soft Touch, Dual Windscreen Cockpit, Full Virtual Dashboard 12.3 นิ้ว)
ปลั๊กไฟ 12 โวลท์
พวงมาลัยหุ้มหนัง
พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้
ภายในโทนสีดำ (ขาว-ดำ ทูโทน)
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (Eco / Comfort / Sport และ โหมดรีไซเคิลพลังงาน (KERS))
พวงมาลัยไฟฟ้า

สเปค
   เครื่องยนต์           15S4C DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH 109 แรงม้า แรงบิด 142 นิวตันเมตร /มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร รวมกันทั้งระบบ จะให้กำลัง 177 แรงม้า

   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)        1,498 CC
   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า)     109 แรงม้า
   ระบบเกียร์                       กียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT)
   รูปแบบเกียร์
   ระบบเบรค ABS               มี (พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทอรนิกส์ EBA)
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง       เบนซิน 95, เบนซิน 91, แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), แก๊สโซฮอล์ 91, เบนซิน E20, เบนซิน E85, ไฮบริด
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)       48 ลิตร
   ระบบจ่ายน้ำมัน               หัวฉีดมัลติพอยท์
   น้ำหนักตัวรถ                   1,450 กก.
   ประเภทยางรถยนต์           -
   ขนาดล้อ (นิ้ว)                ล้ออัลลอย (Aero Wheel Cover สีทูโทน เทา-ดำ ขนาด 17 นิ้ว)
   ระบบขับเคลื่อน                ขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยระบบความปลอดภัย

อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS)
ตัวถังนิรภัย (FSF)
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
กุญแจรีโมท (Smart Key)
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (i-SMART,ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน HDC,ระบบจำกัดความเร็ว ASL ,ไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์)
เข็มขัดนิรภัย (คู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง)
อื่นๆ (เบรกมือไฟฟ้า,ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH)
ระบบสั่งการด้วยเสียง
เบรกมือไฟฟ้า

5
บริการทำความสะอาด: วิธีทำความสะอาดห้องน้ำ ให้สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ

วิธีทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาดน่าใช้ไปทุกตารางนิ้ว เจาะลึกทุกขั้นตอนทำความสะอาดห้องน้ำที่ต้องให้สิบคะแนนเต็ม ลองมาทำความสะอาดห้องน้ำตามนี้เพื่อห้องน้ำที่สะอาดขึ้นในพริบตา

เคยไหมคะที่ยอมทนอั้นปัสสาวะจนแทบจะเป็นนิ่วในนาทีนั้น เพียงเพราะรับไม่ได้กับสภาพห้องน้ำที่สกปรกสุด ๆ แถมยังส่งกลิ่นเหม็นตุออกมาไม่หยุดหย่อน เจอสภาพห้องน้ำแบบนี้เข้าไปเป็นใครก็คงส่ายหน้าหนีกันหมดล่ะเนอะ ยิ่งถ้าเป็นห้องน้ำในบ้านแล้วแขกมาเจอสภาพห้องน้ำที่สกปรกสุดยี้เข้าละก็ งานนี้คงได้ขายหน้ากันทั้งบ้านแน่ ๆ เอาล่ะ ! ถ้าอย่างนั้นมาทำความสะอาดห้องน้ำด้วยเคล็ดลับแบบเจาะลึกทุกขั้นตอนดีกว่า รับรองว่าไม่มีพื้นที่ในห้องน้ำหลุดรอดหนีความสะอาดไปได้สักตารางนิ้วชัวร์

1. นำผ้าเช็ดเท้าไปซัก

ผ้าเช็ดเท้าที่วางอยู่หน้าห้องน้ำ รวมทั้งผ้าเช็ดมือ และผ้าม่านที่ประดับอยู่ คงสะสมเชื้อโรคและฝุ่นไรจำนวนไม่น้อย ดังนั้นก่อนจัดการล้างห้องน้ำ ควรปลดม่าน ผ้าเช็ดมือ และนำผ้าเช็ดเท้าไปซักทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วย

 2. ย้ายทุกไอเทมออกมาจากห้องน้ำ

ขั้นต่อมาให้ย้ายของทุกอย่างออกจากห้องน้ำให้หมด ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายและของตกแต่งกระจุกกระจิก รวมไปถึงการตกแต่งบางอย่างที่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ก็ต้องเก็บไม่ให้เหลือสักชิ้น เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้โล่งที่สุดก่อนจัดการทำความสะอาดนะจ๊ะ

 3. ละเลงน้ำยาทำความสะอาดในโถสุขภัณฑ์

จัดการราดน้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อดับกลิ่นลงในโถส้วมให้ทั่วถึง อย่าลืมเปิดพัดลมดูดอากาศหรืออย่างน้อยก็ต้องเปิดประตูและหน้าต่างห้องน้ำเพื่อระบายอากาศและปิดฝาชักโครกด้วย ทว่าหากใครไม่อยากเสี่ยงกับสารเคมีอันตรายจะลองผสมผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำส้มสายชูและน้ำเปล่าในอัตราส่วน 75/25 ก็ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ได้เจ๋งแจ๋วไม่แพ้น้ำยาความสะอาดเลย เพื่อฆ่าเชื้อดับกลิ่น ให้หอมสดชื่น

4. ปัดหยากไย่ ไล่ฝุ่น

ความสะอาดของห้องน้ำไม่ได้เปล่งประกายจากพื้นห้องน้ำหรือสุขภัณฑ์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ฝ้าเพดานและผนังห้องน้ำก็มองข้ามไม่ได้เลย ดังนั้นเรามาใช้ไม้กวาดหยากไย่ไล่กวาดไปตามฝ้าเพดานให้ทั่ว โดยไล่กวาดตั้งแต่ด้านบนลงมาด้านล่างกันเถอะ

5. ขัดกระจกและผนังห้อง

ถัดจากฝ้าเพดานแล้วก็มาต่อด้วยกระจกห้องน้ำ โดยเช็ดกระจกด้วยน้ำยาเช็ดกระจกกับกระดาษหนังสือพิมพ์ ส่วนผนังก็ถูด้วยแปรงขัด แต่หากเป็นผนังที่ติดวอลเปเปอร์ ให้หุ้มแปรงขัดด้วยผ้าชุบน้ำผืนหนา แล้วค่อยเช็ดถูผนังให้สะอาด สำหรับคราบหนักควรใช้น้ำยาความสะอาดร่วมด้วยนะคะ

6. ล้างอ่างและบริเวณเคาน์เตอร์

ผสมน้ำสบู่กับน้ำอุ่นแล้วใช้แปรงสีฟันอันเก่ามาขัดตามซอกกระเบื้องบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า รวมทั้งพื้นที่แคบตรงอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำด้วย แต่หากคราบสกปรกฝังแน่นอาจต้องใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำส้มสายชูให้พอเป็นเนื้อข้นเหนียว มาป้ายคราบสกปรกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นค่อยใช้แปรงสีฟันขัดอีกครั้ง แต่สำหรับพื้นที่ของอ่างล้างหน้าและกระเบื้องเคาน์เตอร์ สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดและฟองน้ำขัดถูได้เลย

7. ทำความสะอาดด้านนอกโถสุขภัณฑ์

เริ่มจากฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาขจัดคราบอเนกประสงค์ลงไปให้ทั่วบริเวณด้านอนโถสุขภัณฑ์ แล้วใช้ฟองน้ำบิดหมาดถูทำความสะอาดโดยรอบ ตามด้วยล้างด้วยน้ำสะอาดให้เรียบร้อย

8. ขัดโถสุขภัณฑ์

หลังจากจัดการด้านนอกโถไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ถึงตาด้านในโถสุขภัณฑ์ที่เราเทน้ำยาล้างห้องน้ำทิ้งไว้แล้วล่ะค่ะ โดยอุปกรณ์เสริมสำหรับขั้นตอนนี้สามารถเลือกเป็นแปรงขัดมีด้ามยาวแบบปกติก็ได้ เสร็จแล้วก็กดชักโครกชำระคราบน้ำยาอีกที

9. จัดการพื้นห้องน้ำ

พื้นที่ส่วนอื่น ๆ ในห้องน้ำสะอาดปิ๊งหมดจด คงเหลือแต่พื้นห้องน้ำที่ยังเขรอะอยู่ ดังนั้นงานต่อมาก็ต้องขัดพื้นห้องน้ำให้แจ่มสักที ซึ่งหากคุณใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ ควรเทน้ำยาทิ้งไว้สัก 10 นาทีก่อนขัด หรือหากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างห้องน้ำ ควรราดน้ำยาทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนลงมือขัด และในส่วนร่องกระเบื้องที่สะสมคราบสกปรกไว้มาก ต้องเจอกับแปรงสีฟันด้ามเก่ากับน้ำยาฟอกขาวสักหน่อย

10. โละของเก่าทิ้ง จัดของยังใช้เข้าที่ให้เรียบร้อย

หลังจากทำความสะอาดพื้นห้องน้ำเสร็จแล้ว ควรจะใช้ม็อบหรือฟองน้ำซับน้ำออกอีกที พร้อมทั้งเปิดพัดลมดูดอากาศไว้เพื่อป้องกันความชื้น จากนั้นก็มาคัดของที่เราย้ายออกมาจากห้องน้ำต่อ โดยเลือกเอาแค่เฉพาะของที่ยังใช้งานอยู่ไปวางเก้บเข้าที่ ส่วนบรรดาแปรงสีฟันอันเก่า ซากหลอดยาสีฟันที่ใช้หมดแล้ว รวมทั้งหลอดโฟมล้างหน้าเบาโหวงก็จัดการโยนทิ้งขยะซะ แต่ก่อนจะนำของใช้ไปวางเข้าที่ อย่าลืมล้างน้ำให้หายมอมแมมด้วยนะคะ

6
เครื่องมือจัดฟันเด็ก ภายนอกปาก ทำงานอย่างไร

การจัดฟันในเด็ก เป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งที่ใช้แก้ไขปัญหาฟันในเด็ก ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กจะมีโอกาสฟันผุได้มาก เนื่องจากเด้กชอบรับประทานอาหารที่มีความหวาน เช่น ขนม ลูกอม หรือน้ำหวาน ที่เป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุในเด็ก ยิ่งถ้าเด็กไม่ใส่ใจในเรื่องของการความสะอาดช่องปากและฟัน ก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันได้ง่าย ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรที่จะใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กๆให้มาก ควรปลูกฝังให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่จะได้ป้องกันการเกิดปัญหาฟันผุ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับช่องปาก นอกจากนี้ เด็กที่มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น ชอบดูดขวดนม ชอบดูนิ้ว ก็มีผลต่อสุขภาพช่องปากและฟันในอนาคตได้ เพราะการที่เด็กมรพฤติกรรมดูดนิ้ว อาจจะส่งผลต่อรูปร่างของฟันได้

ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่หมั่นสังเกตพฤติกรรมและหาวิธีทางแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าวของลูก สำหรับการเข้ารับการจัดฟันในเด็กนั้น เด็กสามารถเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้ตั้งแต่ อายุ 4 ปี โดยไม่รอให้ฟันน้ำนมหลุดออกหมด ถ้าเป้นเด็กในวัย 4 ปี หรืออยู่ในช่วงที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ได้ไม่ดีนัก จะใช้วิธีการจัดฟันในเด็ก โดยใช้เครื่องมือ EF Line ในการรักษา เครื่องมือ EF Line ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาโครงสร้างของใบหน้า ช่วยปรับกล้ามเนื้อทำให้เด็กมีโครงสร้างของใบหน้าที่สวย และไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ในการจัดฟันในเด็ก ก็ยังมีเครื่องมือภายนอกปาก ซึ่งมีด้วยกัน 2 ประเภทใหญ่ๆ

 ซึ่งวันนี้ทางคลินิกของเราจะพามารู้จักกับเครื่องมือการจัดฟันในเด็ก ภายนอกปาก ซึ่งมีด้วยกัน 2 ประเภท และมีการทำงานที่แตกต่างกันออกไป นั่นก็คือ Headgear เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเด็กที่มีปัญหาขากรรไกรบนยื่นมากผิดปกติ เมื่อเทียบกับขากรรไกรล่าง โดยจะใส่เครื่องมือที่เรียกว่า Headgear ที่ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของขากรรไกรบน นั่นเอง ต่อมาอีกประเภทหนึ่งก็คือ Protection Face Mask ใช้สำหรับแก้ไขปัญหาขากรรไกรล่างยื่นมากผิดปกติ เมื่อเทียบกับขากรรไกรบน เป็นการดึงขากรรไกรบนมาข้างหน้า และยับยั้งการเจริญเติบโตของขากรรไกรล่าง โดยเครื่องมือจัดฟันภายนอกปากจะมุ่งเน้นแก้ไขโครงสร้างขากรรไกรของเด็กเป็นหลัก เนื่องจากเด็กจะต้องใส่ในขณะนอนหลับ เฉลี่ยประมาณ12-14 ชั่วโมงต่อคืน

ดังนั้น การใช้เครื่องมือดังกล่าว จึงต้องได้รับความร่วมมือจากเด็กค่อนข้างมาก แต่หากเป็นเครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้จะมุ่งเน้นการแก้ไขการปรับแต่งขากรรไกรบ้างหรือแก้ไขความผิดปกติของฟัน ส่วนการจัดฟันที่ใช้เครื่องมือแบบถอดได้นั้น จะใช้ในกรณีที่ เด็กมีฟันล่างคร่อมฟันบน แต่ไม่มีปัญหาที่โครงสร้างของใบหน้า ก็จะใส่เครื่องมือถอดได้ในช่องปากเพื่อทำการผลักฟันล่างออกมากรณีที่ฟันบนยื่นมากๆ  จะใส่เครื่องมือที่หน้าตาคล้ายกับรีเทนเนอร์ เพื่อดันฟันหน้าบนให้เคลื่อนที่ไปด้านหลัง และมีตัวระนาบเอียง เพื่อกระตุ้นให้ขากรรไกรล่างมีการเคลื่อนที่มาข้างหน้านั่นเอง

 ซึ่งการเลือกใช้เครื่องมือการจัดฟันในเด็ก ทันตแพทย์ก็จะเป้นพิจารณาว่า เด็กมีปัญหาในเรื่องใด และเหมาะสมที่จะใช้เครื่องมือการจัดฟันอย่างไร เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากทที่สุด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวได้ เพื่อให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มีรอยยิ้มที่สดใสสมวัย และมีบุคลิกภาพที่มั่นใจด้วย ดังนั้น ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กจึงมีความสำคัญมาก อย่าคิดว่าเด็กกำลังมีฟันน้ำนมอยู่ รอให้โตจนฟันแท้ขึ้นครบจึงค่อยมาดูแล เพราะกว่าจะถึงตอนนั้น ก็อาจจะสายไปแล้วก็ได้ เพราะฟันน้ำนมของเด็ก ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้โดยตรง พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะดูแลให้มากเป็นพิเศษ

 สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่าน เข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านทันตกรรมในเด็ก และมีประสบการณ์ทางด้านการจัดฟฟันมาอย่างยาวนาน จึงสามารถให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้อง ตามหลักวิชาการ เพราะเราอยากพ่อแม่ทุกคนใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่ลูกจะได้เติบโตไปเป้นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี

7
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ



8
สร้างรายได้จากธุรกิจอาหารที่บ้าน ประสบความสำเร็จได้และทำการตลาด

การสร้างรายได้จากธุรกิจอาหารที่บ้านเป็นโอกาสที่น่าสนใจในการสร้างรายได้เสริมหรือรายได้หลัก แต่การประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องมีการวางแผนและการจัดการที่ดี ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนและเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสร้างธุรกิจอาหารที่บ้านให้ประสบความสำเร็จและสร้างรายได้ที่ดี:

1. สำรวจความถนัดและความสนใจ:

ค้นหาเมนูที่ถนัด: เลือกเมนูอาหารที่คุณมีความเชี่ยวชาญและมั่นใจในรสชาติ เพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร
ศึกษาตลาดและความต้องการ: สำรวจความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ของคุณ เพื่อเลือกเมนูที่ได้รับความนิยมและมีโอกาสในการขายสูง


2. วางแผนธุรกิจ:

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย: ระบุกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการเข้าถึง เช่น คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา หรือคนรักสุขภาพ
สร้างแบรนด์: พัฒนาชื่อร้าน โลโก้ และเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อสร้างความน่าจดจำ
เลือกช่องทางการขาย: พิจารณาช่องทางการขายที่เหมาะสม เช่น ออนไลน์ (แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่, โซเชียลมีเดีย) หรือออฟไลน์ (ตลาดนัด, จัดส่งตามออเดอร์)
กำหนดราคา: กำหนดราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนและตลาด เพื่อให้ได้กำไรที่เหมาะสม
วางแผนการตลาด: กำหนดกลยุทธ์การตลาดเพื่อโปรโมทร้านค้าของคุณ เช่น การใช้รูปภาพและวิดีโอที่น่าสนใจ การจัดโปรโมชั่น หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า


3. เตรียมความพร้อม:

จัดเตรียมอุปกรณ์และสถานที่: ตรวจสอบและเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารให้พร้อมใช้งาน และจัดเตรียมสถานที่ทำอาหารให้สะอาดและถูกสุขอนามัย
จัดหาวัตถุดิบ: เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีและสดใหม่ เพื่อให้ได้รสชาติอาหารที่ดีที่สุด
บรรจุภัณฑ์: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัย และสวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
ขอใบอนุญาต (ถ้ามี): ตรวจสอบข้อกำหนดและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารขายในบ้าน


4. เริ่มต้นธุรกิจ:

ทำอาหารและขาย: เริ่มต้นทำอาหารและขายตามแผนที่วางไว้
รับฟังความคิดเห็น: รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อปรับปรุงคุณภาพและบริการ
พัฒนาตัวเอง: พัฒนาทักษะการทำอาหารและการจัดการธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
จัดการการเงิน: จัดการรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ และวิเคราะห์ผลกำไรเพื่อปรับปรุงธุรกิจ


5. การตลาด:

ช่องทางออนไลน์:
สร้างเพจหรือเว็บไซต์เพื่อโปรโมทร้านค้า
ใช้โซเชียลมีเดียในการโฆษณาและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
เข้าร่วมแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย
โปรโมชั่นและส่วนลด:
จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่
มอบส่วนลดสำหรับลูกค้าประจำ
สร้างโปรแกรมสะสมแต้มหรือบัตรสมาชิก
บริการลูกค้า:
ใส่ใจในการบริการและตอบคำถามของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
รับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาของลูกค้า
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำ
การตลาดปากต่อปาก:
สร้างความประทับใจให้ลูกค้าเพื่อเกิดการบอกต่อ


ตัวอย่างเมนูอาหารที่น่าสนใจ:

อาหารตามสั่ง (เช่น ข้าวผัด, กะเพรา, ผัดซีอิ๊ว)
อาหารคลีน/อาหารเพื่อสุขภาพ (เช่น สลัด, อาหารกล่อง, น้ำผักผลไม้)
ขนมโฮมเมด (เช่น เค้ก, คุกกี้, ขนมไทย)
อาหารว่าง/ของทานเล่น (เช่น ลูกชิ้นทอด, ไก่ทอด, ขนมปังปิ้ง)


เคล็ดลับเพิ่มเติม:

สร้างความแตกต่าง: คิดค้นสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ หรือใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ
ทำการตลาด: ใช้โซเชียลมีเดียในการโปรโมทร้านค้า และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
จัดการต้นทุน: ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
พัฒนาตัวเอง: เรียนรู้และปรับปรุงธุรกิจของคุณอย่างต่อเนื่อง

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการเริ่มต้นธุรกิจอาหารของคุณ

9
ดอกเบี้ยเงินฝาก: ไขข้อของใจ ทำไมมือใหม่หัดออม ถึงควรออมเงินในบัญชีเงินฝากดิจิทัล?

การออมเงินเป็นเรื่องจำเป็น มือใหม่อยากออม ไม่ต้องเดินไปสาขาเพื่อเปิดบัญชีแล้ว เพราะเราเปิดบัญชีเงินฝากดิจิทัลผ่านแอปฯ ได้แล้ว แถมไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะทุกธนาคารมีระบบยืนยันตัวตนหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันด้วยบัตรประชาชน รวมถึงแบบ National Digital ID หรือ NDID หมดห่วงเรื่องการสวมรอยโจรกรรมข้อมูล ไปดูกันค่ะ ว่าทำไมมือใหม่อยากออมหรือใครก็ตามที่อยากออมต้องมีบัญชีเงินฝากดิจิทัล...

1. เปิดบัญชีเองได้ง่ายๆ ผ่านแอปฯ โทรศัพท์มือถือ
2. สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเองทันทีหลังเปิดบัญชีเสร็จ
3. ไม่มีสมุดคู่ฝาก ทำธุรรรมต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต
4. ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
5. อาจมีความเสี่ยงจากช่องโหว่ของเทคโนโลยี ก่อให้เกิดมิจฉาชีพออนไลน์
 
มือใหม่หรือเด็กจบใหม่เพิ่งเริ่มทำงาน เงินเดือน 15,000 บาท ก็ควรแบ่งออมสัก 10% ก็ออมได้เดือนละ 1,500 บาท ออมไปเรื่อยๆ ถึงปีก็ได้ตั้ง 18,000 บาทแล้วนะคะ ยังไม่รวมดอกเบี้ยนะคะ ซึ่งบัญีชเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยไม่น้อยเลยนะคะ

ตอนนี้สูงสุดอยู่ที่ 2.000% ต่อปีเลยนะคะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมบัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง และอีกตัวช่วยเพิ่มความอยากออม คือแอปฯ ของธนาคารต่างๆ มักจะมีฟีเจอร์ต่างที่สามารถตั้งเพื่อเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจในการออมได้ เช่น ตั้งเป้าเก็บไปเที่ยวต่างประเทศ, ตั้งเป้าเก็บเงินเพื่อดาวน์คอนโด ฯลฯ

10
ปล่อยรถป้ายแดง Toyota Hilux Revo Double Cab 2.4 Entry Prerunner ปี 2023

โตโยต้า Toyota Revo Double Cab Prerunner 2x4 2.4 Entry AT ปี 2022
Hilux Revo Double Cab Prerunner 2x4 2.4 Entry AT รถกระบะยอดนิยมของคนไทย สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่อเนกประสงค์ และสะดวกสบายเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง ด้วยดีไซน์ ที่สวยงาม ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ง่าย ระบบช่วงล่างและระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล ดีไซน์ภายนอกที่ดูบึกบึน ทันสมัย ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวและส่องสว่างได้ดียิ่งขึ้น ขุมพลังจากเครื่องยนต์ GD Super Power ใหม่ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพละกำลังและความประหยัดสูงสุด ระบบช่วงล่างใหม่ “Super Flex Suspension” ที่ทำให้การขับขี่นุ่มนวลเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง พร้อมเพิ่มระบบบังคับเลี้ยวแบบ VFC ที่ช่วยในการควบคุมพวงมาลัย ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่สำหรับผู้ที่ต้องขับรถในระยะทางไกลๆ และระบบ VSC

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 26 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
ส่วนลดจากป้ายแดง 100,000 บาท

ราคาพิเศษ 724,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์               Toyota
   รุ่น                    โตโยต้า Toyota Revo Double Cab Prerunner 2x4 2.4 Entry AT ปี 2022
   ประเภทรถ           รถกระบะ 4 ประตู
   ปีที่เปิดตัว           2022


11
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


12
จัดฟันบางนา: เผยวิธีป้องกัน ไม่ให้เกิดคราบหินปูน
   
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในช่องปากที่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงต่างๆมากมายจนคาดไม่ถึง ที่หลายๆคนมองข้ามคิดว่าเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย นั่นก็คือ “คราบหินปูน”

หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยทราบว่าคราบหินปูนนั้น คือตัวร้ายในช่องปากอย่างแท้จริง เพราะอาจจะส่งผลให้เกิด ฟันผุ รวมถึงโรคปริทันต์ ได้อีกด้วย

ในวันนี้จึงขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักภัยร้ายในช่องปาก และวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดคราบหินปูนด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

วิธีป้องกันคราบหินปูน

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า “คราบหินปูน” คือภัยร้ายที่หลายๆคนไม่ค่อยให้ความสนใจในการรักษาเสียเท่าไหร่ จนทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆมากมายตามมา และไปพบทันตแพทย์เมื่อสายไปเสียแล้ว เพราะเหตุนี้เองการป้องกันไม่ให้เกิดคราบหินปูนจึงถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญ เพื่อไม่ต้องเจอกับปัญหาต่างๆที่จะตามมา ส่วนจะมีวิธีอะไรบ้างขอเชิญท่านผู้อ่านลองศึกษาและทำตามกันดีกว่าครับ

1.    ห้ามแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเสร็จในทันที

เชื่อว่าหลายๆคนห่วงสุขภาพช่องปากมากถึงขนาดที่ว่าจะต้องแปรงฟันทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมแบบนี้คือการทำร้ายฟันของท่านทางอ้อม เป็นผลเสียมากกว่าผลดี การแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารที่ถูกต้องควรแปรงฟันหลังจากที่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเสร็จแล้วประมาณ 30 นาที เนื่องจากว่าการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทันทีในขณะที่ฟันยังมีความเป็นกรดอยู่ จะส่งผลให้ฟันของท่านอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก เคลือบฟันถูกทำลายได้ง่ายขึ้น


2.    แปรงฟันให้ครบทุกซี่ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

การแปรงฟันที่ดีไม่ใช่แค่การแปรงฟันสม่ำเสมอ แต่ต้องแปรงให้ทั่วถึงครบทุกซี่ด้วยหลักการและวิธีที่ถูกต้อง โดยที่ไม่ควรลงแรงหรือน้ำหนักมากเกินไป ให้พยายามใช้การปัดแทนการถูด้วยความรุนแรง เพราะไม่เช่นนั้นเคลือบฟันออกจะถูกทำลายในขณะแปรงฟันได้นั่นเอง และระยะเวลาในการแปรงฟันที่ดีควรใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 นาที


3.    ใช้ไหมขัดฟันหลังจากที่แปรงฟันแล้ว

หลายๆคนยังมองว่าไหมขัดฟันเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือย แต่รู้หรือไม่ว่าไหมขัดฟันนั้นถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากๆที่ทำให้ฟันของเรานั้นสะอาดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าเศษอาหารต่างๆที่ติดตามซอกฟันซอกเหงือกหลายๆจุดไม่สามารถกำจัดได้ด้วยแปรงสีฟัน ไหมขัดฟันจึงเป็นเพียงตัวช่วยเดียวที่จะกำจัดเศษอาหารเหล่านั้น

การใช้ไหมขัดฟันที่ดีควรใช้หลังจากที่ทำการแปรงฟันเสร็จแล้ว อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งก่อนนอน เพื่อไม่ให้มีเศษอาหารหลงเหลือในช่องปากขณะหลับนั่นเอง


4.    ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์คือหนึ่งในสารที่ช่วยให้ฟันของท่านแข็งแรง แต่หลายๆคนยังไม่รู้วิธีทำให้ฟลูออไรด์มีประสิทธิภาพเต็มที่ โดยการบ้วนน้ำหลายครั้งหลังแปรงฟันทันที ทำให้ฟลูออไรด์ไม่สามารถเกาะเคลือบฟันได้ วิธีที่ถูกต้องก็คือเมื่อทำการแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เสร็จแล้ว ให้บ้วนฟองยาสีฟันออกแค่นั้นไม่จำเป็นต้องบ้วนน้ำ เพื่อให้ฟลูออไรด์ออกฤทธิ์ได้เต็มที่ แต่หากว่าใครที่ยังไม่ชินกับวิธีนี้ก็ให้ทำการบ้วนน้ำเพียงแค่ 1 ครั้งก็มากเกินพอ


5.    เปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุกๆ 3 เดือน

แปรงสีฟันมีอายุการใช้งานประมาณ 3 เดือนเท่านั้น หรือบางทีอาจจะเร็วกว่านั้น ให้ทำการสังเกตที่ขนแปรงสีฟันหากว่าเริ่มบาน หรือขนแปรงเริ่มมีความแข็ง ก็ให้เปลี่ยนได้เลยเพราะนั่นก็ถือว่าหมดอายุการใช้งานแล้วเช่นกัน รวมถึงแปรงสีฟันที่ถูกใช้แล้วเก็บไว้นานๆยิ่งไม่ควรนำออกมาใช้ใหม่ เพราะ แปรงสีฟันที่เคยถูกใช้แล้วและนำไปเก็บไว้ด้วยระยะเวลาที่นานจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆมากมาย


6.    พบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน

สำหรับข้อนี้ ถือว่าเป็นข้อที่สำคัญมากๆที่หลายคนยังละเลย การพบทันตแพทย์เพื่อให้ทำการวินิจฉัยและตรวจสอบสุขภาพช่องปาก อย่างน้อยทุก 6 เดือน จะทำให้ท่านได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆภายในช่องปากที่เกิดขึ้นโดยที่ท่านอาจจะไม่ทันได้สังเกต และทำให้รักษาป้องกันได้ทันเวลา ก่อนที่จะสายเกินไปนั่นเอง

ดังที่กล่าวมาทั้งหมด “คราบหินปูน” คืออันตรายตัวร้ายที่ป้องกันได้ด้วยสุขภาพช่องปากที่ดีนั่นเอง

13
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


14
ปล่อยรถผู้บริหาร Volvo C40 Recharge Pure Electric - Twin Motor รับส่วนลดเพิ่ม 5 หมื่น

วอลโว่ Volvo C40 Twin Motor ปี 2023
Volvo C40 Recharge Pure Electric อัดแน่นด้วยสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้นผ่านพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Dual Motor AWD ให้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า ที่ 4,350 – 13,900 รอบ/นาที  พร้อมแรงบิด 660 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 - 100 ได้ในระยะเวลาเพียง 4.7 วินาที ให้ระยะทางการขับขี่มากกว่า 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง(์NEDC) แบตเตอรี่มีระบบรองรับการชาร์จเร็ว DC Fast Charge สูงสุด 200 kW ชาร์จจาก 0 – 80% ภายใน 28 นาที  ระบบการขับขี่แบบ One Pedal Drive ที่ให้การเร่ง ชะลอ และเบรกรถยนต์ The All New Volvo C40 Recharge Pure Electric ทำได้ด้วยแป้นเหยียบเพียงแป้นเดียว และเริ่มขับโดยไม่ต้องกดปุ่มสตาร์ท

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 4 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
พิเศษสำหรับลูกค้า Checkraka รับส่วนลดเพิ่ม 50,000 บาท
Volvo Premium Service Package - Pro (VPSP Pro) - ถึง 31/1/2028

ราคาพิเศษ 1,450,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์           Volvo
   รุ่น                วอลโว่ Volvo C40 Twin Motor ปี 2023
   ประเภทรถ       Electric - EV
   ปีที่เปิดตัว        2023



15
ฉนวนกันความร้อนโรงงาน ติดตรงไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมทุกคนต่างรู้ดีกันอยู่แล้วว่า การติดตั้ง “ฉนวนกันความร้อนโรงงาน” เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ทุกโรงงานควรทำให้เรียบร้อย และควรทำให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะยิ่งปล่อยให้โรงงานมีความร้อนสะสมมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน ยิ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และก่อให้เกิดบรรยากาศที่บั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงานให้แย่ลงเท่านั้น

ทั้งนี้ ในการติดตั้งฉนวนกันความร้อนสำหรับโรงงานนั้น ยังมีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ ตำแหน่งของการติดตั้งฉนวนกันความร้อน ว่าควรติดตั้งบริเวณใดบ้างภายในโรงงาน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว จุดที่จำเป็นต่อการติดตั้งนั้น มีดังต่อไปนี้


1.ฉนวนกันความร้อนโรงงานบริเวณหลังคา

ถือเป็นจุดที่หลายคนมองข้าม แต่เป็นจุดสำคัญที่มีส่วนช่วยอย่างมากต่อการลดความร้อนสะสมภายในโรงงาน เพราะหลังคาโรงงานส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุเหล็กรีด หรือ เมทัลชีท ทำให้ดูดซับความร้อนได้ง่าย อีกทั้งหลังคาโรงงานยังเป็นส่วนที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุด และรับแสงแดดตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ดังนั้น หากบริเวณหลังคาโรงงานไม่มีฉนวนกันความร้อนติดตั้งรองรับไว้ จะทำให้ความร้อนจากภายนอกทะลุเข้ามาสะสมภายในโรงงานได้เป็นจำนวนมากจนก่อให้เกิดปัญหาการสูญเสียพลังงาน และปัญหาอื่น ๆ ตามมาไม่รู้จบ


2.ติดฉนวนกันความร้อนโรงงานบริเวณท่อน้ำร้อนน้ำเย็น

บริเวณท่อน้ำร้อน น้ำเย็น ท่อลำเลียงสารเคมีต่าง ๆ ภายในโรงงานนั้นถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งการติดตั้งฉนวนกันความร้อนในบริเวณนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ลดการส่งผ่านความร้อนไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้แล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยในการป้องกันอุบัติเหตุจากการสัมผัสถูกท่ออุณหภูมิสูงที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ในขณะปฏิบัติหน้าที่ไปพร้อมกันได้ด้วย
ฉนวนกันความร้อนโรงงาน

3.ติดฉนวนกันความร้อนโรงงานบริเวณระบบปรับอากาศ

ปกติแล้วเครื่องปรับอากาศที่บ้านเรา ก็จะปล่อยความร้อนออกมาบริเวณคอมเพลเซอร์แอร์ ภายในห้องเราเย็น แต่ภายนอกห้องบริเวณคอมเพลสเซอร์แอร์จะร้อนมาก เพราะปล่อยลมร้อนออกมาตลอดเวลา เช่นกันเดียวกันกับระบบปรับอากาศของโรงงานที่ใหญ่กว่าบ้านพักอาศัยหลายเท่า ที่จะมีการปล่อยความร้อนออกมาจำนวนมาก ซึ่งหากเราไม่ติดฉนวนกันความร้อนเอาไว้ภายในบริเวณระบบปรับอากาศ ความร้อนจากการทำความเย็นจะตีกลับเข้ามาสะสมภายในโรงงานได้ จนทำให้ค่าไฟเราขึ้นโดยไม่รู้ตัว


4.ติดฉนวนกันความโรงงานบริเวณห้องเครื่องจักร

โดยส่วนใหญ่แล้วบริเวณห้องเครื่องจักร เรามักจะกังวลกันแต่เรื่องปัญหาเสียงดัง เพราะสัมผัสและรู้สึกได้ชัดเจนกว่า อีกทั้งเสียงดังจากเครื่องจักรยังดังไปรบกวนภายนอกให้เกิดการร้องเรียนได้ง่ายกว่าด้วย ในขณะที่ความร้อนในห้องเครื่องจักรนั้น มักถูกทำให้มองไม่เห็นด้วยการเปิดแอร์ เปิดเครื่องทำความเย็นที่สร้างทำให้บรรยากาศภายในห้องเครื่องจักรเย็นสบาย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องจักรอาจปล่อยความร้อนออกมามหาศาล และกำลังเผาผลาญพลังงานกินไฟในโรงงานอยู่ การติดฉนวนกันความร้อนบริเวณห้องเครื่องจักรจึงมีส่วนสำคัญในการประหยัดพลังงาน และไม่กระจายความร้อนไปยังห้องอื่น ๆ ด้วย

จากภาพรวมทั้งหมดเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การติดตั้งฉนวนกันความร้อนโรงงานนั้น อาจไม่ได้มีแค่จุดเดียวที่ต้องติด แต่มีหลายจุดที่ต้องแก้ไขและวางแผนป้องกันความร้อนสะสมให้ดี ซึ่งบางโรงงานก็อาจจะไม่ได้มีปัญหาในทุกจุดอย่างที่กล่าวมาก็ได้ แต่หากจะให้ฟันธงว่าบริเวณใดส่งผลต่ออุณหภูมิความร้อนภายในโรงงานมากที่สุด คำตอบก็คือ “บริเวณหลังคาโรงงาน” เพราะเป็นหน้าด่านที่ความร้อนจะผ่านไปสู่ทุกจุดทุกห้องสำคัญทั่วทุกพื้นที่ และอาจทำให้ห้องอื่น ๆ ที่ร้อนอยู่แล้วร้อนมากขึ้นกว่าเดิมได้ง่ายดาย

หน้า: [1] 2 3 ... 39